น.ส. จุฑารัตน์ ทองกร ม.4/2 เลขที่ 16
ใครอยากดู slide show วันแม่ กดลิงค์ข้างล่างเรยจ้า .. ~!
http://www.up69.net/1/?c6bfc5d32797e94688f41e86d3aaaa1c
ขอบคุณค่ะ
edit @ 2007/09/18 20:41:35
น.ส. จุฑารัตน์ ทองกร ม.4/2 เลขที่ 16
ใครอยากดู slide show วันแม่ กดลิงค์ข้างล่างเรยจ้า .. ~!
http://www.up69.net/1/?c6bfc5d32797e94688f41e86d3aaaa1c
ขอบคุณค่ะ
นางสาวจุฑารัตน์ ทองกร เลขที่16 ม.4/2
ดอยอินทนนท์สูงสุดแดนสยาม

ประวัติความเป็นมา : แต่เดิมนั้นดอยอินทนนท์มีชื่อว่า ดอยอ่างกา ในสมัยพระเจ้าอินทรวิชยานนท์เป็นเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ พระองค์ทรงรักและหวงแหนป่าแห่งนี้เป็นอย่างมาก ทรงรับสั่งว่าหากพระองค์สิ้นพระชนม์ไปแล้วก็ให้นำอัฐส่วนหนึ่งไปบรรจุไว้บนยอดดอยด้วย ต่อมาจึงเปลี่ยนชื่อเป็น ดอยอินทนนท์ ตามพระนามของผู้ครองนครนั้น และเมื่อขึ้นไปบนยอดภูเขาสูง จะเห็นสถูปบรรจุพระอัฐของพระเจ้าอินทรวิชยานนท์ประดิษฐานอยู่
ลักษณะภูมิประเทศและภูมิอากาศ : สภาพภูมิประเทศ: ประกอบด้วยภูเขาสูงต่ำสลับซับซ้อน ซึ่งสูงจากระดับน้ำทะเล 2,565 เมตร โดยที่ป่าอินทนนท์เป็นแหล่งกำเนิดของต้นน้ำแม่กลาง แม่ป่าก่อ แม่ปอน แม่ยะ แม่แจ่ม แม่ขาน และเป็นส่วนหนึ่งของต้นน้ำแม่ปิงซึ่งเป็นแหล่งพลังงานไฟฟ้าที่เขื่อนภูมิพล
สภาพอากาศ : เนื่องจากดอยอินทนนท์มีความสูงมากถึง 2,565 เมตร อากาศจึงหนาวเย็นตลอดปีโดยในเดือนมกราคมเป็นเดือนที่มีอากาศหนาวเย็นมากที่สุดแระมาณ 5.5 องศาเซลเซียส อุณหภูมิใกล้เคียงกับประเทศคานาดา และอุณหภูมิลดลงถึง -8 องศาเซลเซียส แต่อย่งไรก็ตามจะมีฝนตกบ้างในเดือนพฤศจิกายนและมีเมฆหมอกปกคลุมตลอดเวลา
พรรณไม้และสัตว์ป่า :
ป่าไม้ชนิดต่าง ๆ ที่ขึ้นบนยอดดอยสูงนั้นถือเป็นมรดกที่มีค่ามากในอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ซึ่งประกอบด้วยป่าไม้หลายชนิด เช่น ป่าดงดิบชื้น ป่าสน ป่าเต็งรังและป่าเบญจพรรณ พันธุ์ไม้ที่มีค่าทางเศรษฐกิจ ได้แก่ สัก ตะเคียน สนเขา เต็ง เหียง แดง ประดู่ รกฟ้า มะค่า เป็นต้น ดอกไม้สีสวยงามหลายชนิดที่สร้างสีสันให้กับยอดดอยอิทนนท์ไม่น้อย อันได้แก่ ฟ้ามุ่ย ช้างแดง รองเท้า นารีและกุหลาบป่า
ขอบคุณค่ะ
นางสาวจุฑารัตน์ ทองกร ม.4/2 เลขที่ 16
การเขียนวิเคราะห์ข่าวสาร

วันก่อนชาวบ้านน้ำลัด หมู่ 3 ต.ริมกก อ.เมือง จ.เชียงราย พากันตื่นเต้นเมื่อมีเพื่อนบ้านคนหนึ่งพบเรื่องประหลาด แม่ไก่ที่เลี้ยงอยู่ฟักไข่ออกมาเป็นหิน
สิบปากว่าไม่เท่าลูกกะตาที่จะเห็นจึงไปดูที่บ้านเลขที่ 150 ของนายจันตา เชียงมา อายุ 52 ปี อาชีพขับรถรับส่งนักเรียน เมื่อเจอหน้านายจันตาได้โชว์หินรูปไข่ไก่ให้ดูลักษณะเป็นหินกลมรี สีน้ำตาล ขนาดเท่าไข่ไก่ทั่วไปแต่เป็นหิน
ไข่หินใบนี้ถูกวางเอาไว้ในผ้าขาวในภาชนะอย่างดี ขณะที่มีชาวบ้านในละแวกเดียวกัน 4-5 คน พากันจุดธูปกราบไหว้เพราะเห็นเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ บ้างขอหวย บ้างบนบาน เพื่อให้รักษาโรคร้ายให้หายดี
นายจันตา บอกว่า ก่อนหน้านี้ได้เลี้ยงไก่พันธุ์พื้นเมืองเอาไว้หลายตัว เพื่อเป็นอาชีพเสริมจากการขับรถ โดยจะใช้ยางรถยนต์มัดติดไว้ข้างบ้านสำหรับทำเป็นรังให้แม่ไก่ กระทั่งมีแม่ไก่ตัวหนึ่งออกไข่ออกมาจำนวน 12 ฟอง และได้ฟักหลายวันจนออกมาเป็นลูกเจี๊ยบ นับได้จำนวน 7 ตัว ส่วนอีก 5 ฟองไม่ออกลูกจึงได้นำไปต้มเพื่อเป็นอาหารกินตามปกติ
ปรากฏว่าไข่ไก่ที่เป็นปกติมีเพียง 4 ฟอง ส่วนอีก 1 ฟองกลายเป็นหินต้มก็ไม่เปื่อย จึงเห็นว่าเป็นเรื่องประหลาด
ชาวบ้านทราบข่าวก็พากันไปมุงดู ก็ไม่ขัดศรัทธา จึงนำใส่ผ้าขาวและภาชนะให้อย่างดี ยิ่งเมื่อมีชาวบ้านจากพื้นที่ ต.แม่ยาว อ.เมือง ในพื้นที่ใกล้เคียงคนหนึ่งซึ่งป่วยเป็นโรคอัมพฤกษ์เดินเหินไม่สะดวกได้ไปจุดธูปและขอเอาไข่หินกลิ้งไปมาบริเวณขาทั้ง 2 ข้าง เป็นเวลาติดต่อกัน 3 วัน ปรากฏว่าต่อมาก็หายป่วยสามารถเดินได้ จึงยิ่งสร้างความศรัทธาให้ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์
"ชาวบ้านเขาเชื่อผมก็ไม่รู้จะทำอย่างไร จึงจัดสถานที่เอาไว้เผื่อคนจะไปดูกันอีก"
จะเรียกว่า "ตามน้ำ" ว่างั้นเถอะ !!
ที่มาของข่าว http://www.yenta4.com/webboard/2/1126850.html
วิเคราะห์ข่าวจากด้านบน
1.ชื่อเรื่องของข่าว - ชาวบ้านตะลึงไก่ตกไข่เป็นหิน
2.ที่มาของข่าว - http://www.yenta4.com/webboard/2/1126850.html
3. ข่าววันที่ - 16 สิงหาคม 2550
4.เนื้อเรื่องย่อ - นายจันตาที่มีอาชีพขับรถรับส่งนักเรียน และมีการเลี้ยงไก่ที่เป็นอาชีพเสริม จมวันหนึ่งได้มีแม่ไก่ตัวหนึ่งออกไข่
มา 12 ฟอง ฟักออกเป็นตัว 7 ตัว และมีไข่ไม่ฟักอีก 5 ฟอง จึงนำไปต้มเป็นอาหารตามปกติ ปรากฎว่า ไข่ที่เป็นปกติมี 4 ฟองเท่านั้น
ส่วนอีก 1 ฟองกลายเป็นหินต้มก็ไม่เปื่อย จึงมีชาวบ้านมาไหว้ ด้วยความศรัทธา และยังมีชาวบ้านที่อยู่หมู่บ้านใกล้เคียงกันที่ป่วย
เป็นโรคอัมพฤกษ์ได้นำไข่หินนี้ไปกลิ้งที่ขา เป็นเวลา 3 วัน หลังจากนั้นอาการก็ดีขึ้น จนหายสามารถเดินได้
5. ความคิดเห็นจากผู้วิเคราะห์ข่าว - หลังจากที่ได้อ่านข่าวข้าพเจ้าคิดว่า ไข่ที่เป็นหินนั้นอาจจะไม่อยู่จริงก็เป็นได้ เพราะไม่
ได้ระบุไว้ในเนื้อข่าวว่า หลัง จากแม่ไก่ออกไข่ ก็นำไข่มาต้มทันที อาจจะเป็นหินที่อยู่ข้างๆเล้า เหตุที่ข้าพเจ้าคิดเช่นนั้น เพราะ
หลักทางวิทยาศาสตร์การที่จะเกิดหินที่มีความแข็งและทนขนาดนั้น ต้องใช้เวลาเป็นหลายสิบหรือร้อยปี ส่วนที่ว่ามีผู้ป่วยนำไข่ไก่
กลิ้งที่ขาแล้วหายป่วย อาจจะเป็นเพราะ ใช้การรักษาอย่างอื่นควบคู่ไปด้วย หรือ เกิดกำลังใจที่ดี เรยหายป่วย